แฉทีเด็ดเสียง’ครูปรีชา’คุย’ผู้การ’ ที่มาฟันม.157หวย30ล.

“ครูปรีชา”งานเข้า! “ผกก.ปปป.” ยื่นสำนวนฟ้องอดีตผู้การฯเมืองกาญจน์ พ่วงเอาผิดร่วมกับ “เจ๊บ้าบิ่น-เจ๊พัช” ฐานสนับสนุน หลังมีคลิปเด็ดนัดกันแก้สำนวนหวย30ล้าน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พร้อมด้วยชุดพนักงานสอบสวน ปปป.

นำสำนวนคดีที่ผู้บังคับการกองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด กล่าวหา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ม.157 ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การในสำนวนคดีลอตเตอรี่ 30ล้าน และกล่าวหา นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา, นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และน.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ในฐานสนับสนุนให้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งสำนวนคดีดังกล่าวมีทั้งหมด 2 แฟ้ม รวม 798 หน้า โดยนำมาส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินตรวจสอบกรณีดังกล่าวต่อไป โดยมีนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช.เป็นตัวแทนมารับสำนวน

พล.ต.ต.กมล กล่าวว่า จากการสอบปากคำในกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.สุทธิ ได้กล่าวอ้างว่ายังมีพยานเป็นตำรวจที่จะให้สอบปากคำเพิ่มเติมอีก แต่ยังไม่ได้นำพยานมาให้สอบปากคำ ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่สามารถรอได้ เพราะมีกรอบระยะเวลาการทำงาน ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุทธิ ได้ทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร และเอกสารประกอบคำให้การมามอบให้เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหลักฐานที่พล.ต.ต.สุทธิ นำมามอบให้ยังไม่พบพิรุธอะไร แต่พนักงานสอบสวน ปปป. มีพยานบุคคลคือ พนักงานสอบสวนของสภ.เมืองกาญจนบุรี ที่ร่วมกระทำความผิดด้วย แต่ได้กันไว้เป็นพยาน และมีผลการตรวจพิสูจน์ทางคอมพิวเตอร์จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ที่ยืนยันได้ว่ามีการแก้ไข ลงรายละเอียดย้อนหลัง ในวันที่เดิม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน และหลักฐานจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ โดยกองบังคับปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงคำให้การในสำนวนมาใช้เป็นหลักฐาน มีการพูดถึงการสนทนาว่าจะต้องมาแก้ไขคำให้การอย่างไรจริง เป็นการสนทนา ระหว่างครูปรีชา กับร้อยเวรผู้ทำสำนวนคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน และครูปรีชา สนทนากับ พล.ต.ต.สุทธิ รวมถึงครูปรีชาสนทนากับเจ้บ้าบิ่น และเจ้พัช ในการนัดแนะให้มาเซ็นแก้ไขคำให้การ ทำให้พยานหลักฐานในสำนวนเพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่หากผู้ถูกกล่าวหา มีพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถนำมายื่นให้ ป.ป.ช.ได้

โดยนายสุทธิ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ จะต้องทำความเข้าใจเนื้อหาของสำนวนที่ทาง ปปป.ยื่นมา ต้องใช้เวลาศึกษาสำนวนก่อน แต่คาดว่าจะดำเนินการได้ในเวลาไม่นาน เพราะมีพยานหลักฐานพอสมควรแล้ว จากนั้นจึงจะสรุปเพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ปปช.พิจารณา ทั้งนี้เนื่องจากตัวบุคคลเป็นข้าราชการระดับสูง และเป็นคดีที่ประชาชนสนใจก็ต้องเร่งดำเนินการ อย่างไรก็ตามผู้ถูกกล่าวหาสามารถนำหลักฐานเพิ่มเติมมาส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews